โรงเรียนบ้านบ่อพระ

หมู่ที่ 9 บ้านบ่อพระ ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-369123

วาซาบิ อธิบายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับวาซาบิสามารถช่วยป้องกันโรคได้

วาซาบิ มัสตาร์ดเป็นเครื่องปรุงชนิดหนึ่งที่มีรสเผ็ดฉุน และประกอบไปด้วยสารอาหาร เช่น โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ จึงคิดว่าการรับประทานมัสตาร์ดอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยลดความอ้วน ป้องกันอาหารเป็นพิษ ป้องกันฟันผุ ป้องกันมะเร็ง ฯลฯ วาซาบิทำโดยการบดต้นวาซาบิที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น

คนชอบทานวาซาบิกับปลาดิบหรือข้าวปั้น ปัจจุบันมัสตาร์ดยังถูกนำไปแปรรูปเป็นผงปรุงรสหรือส่วนผสมของอาหารและขนมต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ มัสตาร์ด 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 292 แคลอรี และให้โปรตีน ไฟเบอร์ สารอาหารต่างๆ

เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม วิตามินอี และวิตามินเค และอัลลิลไอโซไทโอไซยาเนตอาจช่วยต่อต้านแบคทีเรียในช่องปากและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ดังนั้นนอกจากเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารแล้ว หลายๆ คนยังเลือกรับประทานวาซาบิเพราะเชื่อว่าวาซาบิมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ

การลดน้ำหนัก ความอ้วนสามารถนำไปสู่การสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกายจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพหลายประการ และเนื่องจากวาซาบิมีความเผ็ดร้อน หลายคนจึงเชื่อว่ารสเผ็ดของมัสตาร์ดอาจช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายซึ่งช่วยลดความอ้วนได้

ในการศึกษาหนึ่ง หนูกลุ่มหนึ่งได้รับอาหารที่มีไขมันสูงและสารสกัดจากใบมัสตาร์ด เมื่อกลุ่มอื่นได้รับอาหารไขมันสูงเพียงอย่างเดียวเป็นเวลา 120 วัน พบว่าการรับประทานสารสกัดจากใบมัสตาร์ดอาจยับยั้งโรคอ้วนที่เกิดจากอาหารไขมันสูงในหนูขาวได้ โดยยับยั้งการสะสมของไขมันในตับและเนื้อเยื่อไขมัน

ในการศึกษาอื่น แบ่งหนูที่มีความผิดปกติของการเผาผลาญออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับสารสกัดจากใบมัสตาร์ด กลุ่มที่สองรับประทานอาหารอื่นโดยเฉลี่ย 4 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น การลดลงของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมีมากกว่าในหนูที่กินสารสกัดมัสตาร์ดอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้างต้นเป็นเพียงการทดลองกับสัตว์เท่านั้น ยังไม่มีการทดสอบกับมนุษย์โดยตรง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกได้อย่างแน่นอนว่ามัสตาร์ดช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือปลอดภัยแค่ไหน ยืนยันสมมติฐานนี้ให้ชัดเจนและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

การป้องกันอาหารเป็นพิษ อาหารเป็นพิษส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่มีแบคทีเรียปนเปื้อน มัสตาร์ดประกอบด้วยอัลลิลไอโซไทโอไซยาเนต ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียหลังการวิจัย พบว่าอัลลิลไอโซไทโอไซยาเนตในผงมัสตาร์ดมีประสิทธิภาพต่อทั้ง Escherichia coli และ Staphylococcus aureus แบคทีเรีย S จึงช่วยป้องกันอาหารเป็นพิษได้

การศึกษาอื่นกำลังดำเนินการอยู่ในห้องทดลอง โดยใช้มัสตาร์ด 100 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร มีแบคทีเรียที่สามารถปนเปื้อนในอาหารและทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ ได้แก่ Escherichia coli Staphylococcus aureus Pseudomonas aeruginosa และ Listeria monocytogenes Isothiocyanates ที่พบในมัสตาร์ด Propyl esters อาจช่วยป้องกันอาหารเป็นพิษได้ โดยยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย

วาซาบิ

แม้ว่าผลการทดลองจากงานวิจัยบางชิ้นจะเปิดเผยว่ามัสตาร์ดอาจช่วยป้องกันอาหารเป็นพิษที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ แต่การศึกษาเหล่านี้เป็นเพียงการศึกษาในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ดังนั้น ประสิทธิภาพของวาซาบิในเรื่องนี้จึงไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยและการทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม ก่อนใช้มัสตาร์ดเป็นอาหารหรืออาหารเสริมควรนำหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อป้องกันอาหารเป็นพิษ

การป้องกันฟันผุ สาเหตุหลักของฟันผุคือแบคทีเรียในช่องปาก มัสตาร์ดมีไอโซไทโอไซยาเนตที่อาจมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย การศึกษาของญี่ปุ่นตรวจสอบบริเวณนี้และพบว่า ไอโซไทโอไซยาเนตในมัสตาร์ดอาจยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลายพันธุ์ Streptococcus mutans ทำให้ฟันผุได้

แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขไทยจะเปิดเผยว่ามัสตาร์ดมีสรรพคุณทางยาและใช้เป็นส่วนผสมในยาสีฟันเพื่อป้องกันปัญหาฟันผุในอนาคตได้ แต่มีเพียงไม่กี่การศึกษาเท่านั้นที่พิจารณาถึงประโยชน์ของมัสตาร์ดในการป้องกันฟันผุ ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่ามัสตาร์ดมีคุณสมบัติดังกล่าว ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากต่อไป

การป้องกันมะเร็ง มะเร็งเป็นโรคร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ เกิดจากการที่เซลล์เนื้อเยื่อเจริญผิดปกติและกระจายไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย จนเกิดโรคร้ายตามมา ดังนั้นหลายคนจึงพยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคนี้ เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่มีมัสตาร์ด เนื่องจากมีงานวิจัยบางชิ้นในพื้นที่นี้พบว่าสารประกอบในมัสตาร์ดอาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อเซลล์มะเร็งตับอ่อนของมนุษย์

นอกจากนี้ การศึกษาหนึ่งใช้สารสกัดมัสตาร์ดที่ความเข้มข้น 60 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร พบว่าสารสกัดจากวาซาบิสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหารโดยใช้ตัวอย่างเซลล์มะเร็งของมนุษย์ มีผลกับมะเร็งลำไส้และมะเร็งปอด

แม้ว่าผลการศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่ามัสตาร์ดอาจช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ แต่การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาเซลล์มะเร็งในห้องปฏิบัติการเท่านั้น จึงยังสรุปไม่ได้ว่ามัสตาร์ดป้องกันมะเร็งในคนได้จริงหรือปลอดภัยแค่ไหน ยืนยันสมมติฐานนี้อย่างชัดเจนและมีบทบาทในการรักษาหรือป้องกันมะเร็งในอนาคต

มัสตาร์ดมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมายและสามารถบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตรายหากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการบริโภค วาซาบิ ในการรักษาหรือป้องกันโรคได้อย่างชัดเจน ผู้ที่มีอาการป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคหรือใช้ผลิตภัณฑ์วาซาบิใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก

การตั้งครรภ์และให้นมบุตร ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้เพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยของมัสตาร์ดในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ดังนั้นคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงวาซาบิในระยะนี้ เลือดออกผิดปกติ มัสตาร์ดอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกได้ง่ายในผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ ในทางกลับกัน มัสตาร์ดอาจทำให้เลือดออกผิดปกติในระหว่างการผ่าตัด ดังนั้นควรงดรับประทานมัสตาร์ดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

บทความที่น่าสนใจ : อาการวิงเวียนศีรษะ สาเหตุและการรักษาของอาการวิงเวียนศีรษะ